วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557
บันทึกอนุทินครั้งที่ 5
Recent Posts
Science Experiences Manangement for Early Childhood
Teacher Jintana Suksamran
Friday,September19,2557.
ความรู้ที่ได้รับ
กิจกรรมการเรียนการสอน
กิจกรรมที่ 1
กิจกรรมที่ 1
อาจารย์นำสื่อชิ้นนี้มาให้นักศึกษาได้ลองสังเกตดูว่า สื่อชิ้นนี้มีความเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์อย่างไร?
ตอบ มีความเกี่ยวข้องกับวิทยาสาสตร์เรื่องแสง สังเกตได้ว่าเมื่อมีแสงผ่านเข้ามาจะทำให้สามารถมองเห็นลูกปิงปองได้
กิจกรรมที่ 2
อาจารย์ให้นักศึกษาประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย โดยมีอุปกรณ์และขั้นตอนการทำ ดังนี้
ขั้นตอนการทำ
ให้นักศึกษาตัดกระดาษ 1 แผ่นต่อ 4 คน คนละเท่าๆกัน
จากนั้นแบ่งกระดาษเป็น 2 ส่วน แล้ววาดภาพอะไรก็ได้
วาดภาพทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ภาพทั้ง 2 ต้องมีความสัมพันธ์กัน ดังภาพ
นำไม้ตะเกียบมาวางบริเวณกึ่งกลางด้านในของกระดาษแล้วติดด้วย Scotch tape
ทับบนไม้ให้แน่นพอ เพื่อเวลาหมุนจะได้ไม่หลุด
ทดลองหมุนก็จะได้ภาพประมาณนี้
สรุป เมื่อหมุนภาพแล้ว ภาพที่วาดมองเห็นเป็นภาพเดียวกัน เพราะว่าความเร็วเมื่อหมุนภาพมีความสัมพันธ์กันระหว่างความเร็วกับภาพ เลยมองเห็นเป็นภาพเดียวกัน
การนำเสนอบทความ
1.บทความเรื่อง...สอนลูกเรื่องปรากฏการธรรมชาติ (Natural phenomena)
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ (Natural phenomena) หมายถึง
สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มนุษย์ไม่ได้เป็นผู้สร้างขึ้น
แต่มีผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์โดยตรง เช่น ฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า รุ้งกินน้ำ กลางวัน
กลางคืน ภาวะโลกร้อน
รวมไปถึงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติบางอย่างที่นานๆครั้งจะปรากฎให้เห็น เช่น
สุริยุปราคา จันทรุปราคา ฝนดาวตก การเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ
ปรากฏการณ์ธรรมชาติเป็นเรื่องหนึ่งที่เด็กควรเรียนรู้ในสาระธรรมชาติรอบตัว
ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546
เพื่อฝึกทักษะการคิดแบบวิทยาศาสตร์โดยผ่านกิจกรรมการทดลอง
การปฏิบัติจริงจากสถานการณ์จริง หรือสถานการณ์ที่สร้างขึ้นทั้งภายในห้องเรียน
และขณะอยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน
เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัวเป็นสาระที่เด็กควรเรียนรู้เกี่ยว
กับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่แวดล้อมเด็กตามธรรมชาติ เช่น ฤดูกาล กลางวัน กลางคืน
เป็นต้น สาระที่ควรเพื่อเตรียมความพร้อมทางด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กปฐมวัย
เป็นการส่งเสริมให้เด็กสนใจเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว
เป็นความคิดรวบยอดทางกายภาพ เด็กจะได้ใช้ทักษะการสังเกต การตั้งคำถาม
และการหาคำตอบ
ช่วยให้เด็กได้ฝึกฝนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในลำดับขั้นสูงต่อไป ดังที่ Robert Craig ได้ให้แนวคิดเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ไว้
5 ประการ ที่เรียกว่า “5 Craig’s Basic Concepts” ว่าทุกสิ่งในโลกนี้จะมีลักษณะสำคัญร่วม 5 ประการ คือ
1.ความเปลี่ยนแปลง (Change) ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
จึงควรให้เด็กเรียนถึงการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ
2.ความหลากหลาย (Variety) ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มีความคล้ายคลึงกันแต่ไม่เหมือนกัน
จึงควรให้เด็กเรียนรู้ความเหมือนและความแตกต่างของสิ่งต่างๆ
3.การปรับตัว (Adjustment) ทุกสิ่งทุกอย่างจะมีการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม
ครูจึงควรสอนให้เด็กได้สังเกตลักษณะของสิ่งนี้ เช่น
จิ้งจกจะเปลี่ยนสีตามผนังที่เกาะ เป็นต้น
4.การพึ่งพาอาศัยกัน (Mutuality) ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
เช่น นกเอี้ยงกับควาย ดังนั้น ครูจึงต้องให้เด็กเห็นธรรมชาติของสิ่งนี้
5.ความสมดุล (Equilibrium) ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้จะต้องต่อสู้เพื่อรักษาชีวิต
และปรับตัวเพื่อให้ได้สมดุล และมีการผสานกลมกลืนกันเช่น ปลาอยู่ในน้ำ นกบินได้
ปลาใหญ่ย่อมกินปลาเล็ก สัตว์แข็งแรงย่อมกินสัตว์ที่อ่อนแอ
สัตว์ที่อ่อนแอต้องมีอาวุธพิเศษบางอย่างไว้ป้องกันตัว เป็นต้น
เด็กควรมีความเข้าใจธรรมชาติของสิ่งนี้
เพื่อให้ตนเองซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติสามารถรักษาสมดุลไว้ได้
2.บทความเรื่อง...สอนลูกเรื่องสัตว์(Animals)
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้หน่วยสัตว์
มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กได้รู้จักสัตว์ประเภทต่างๆ เช่น สัตว์เลี้ยงไว้ดูเล่น
สัตว์เลี้ยงไว้ใช้งาน สัตว์บก สัตว์น้ำ ลักษณะของสัตว์ ประโยชน์ของสัตว์
การเลี้ยงดูและให้อาหารสัตว์ การอนุรักษ์สัตว์ ที่อยู่อาศัย และการดำรงชีวิตของสัตว์
นอกเหนือจากเด็กจะได้เกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสัตว์แล้ว การเรียนรู้หน่วยสัตว์
มีจุด มุ่งหมายสำคัญเพื่อบูรณาการการเรียนรู้ให้เด็กได้พัฒนาทางด้านอารมณ์
จิตใจในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การมีคุณ ธรรม จริยธรรม การมีความเมตตา
กรุณาต่อสัตว์ ทั้งที่เป็นสัตว์เลี้ยงและสัตว์อื่นๆ นอกจากนี้
ยังส่งเสริมเด็กให้มีพัฒนาการด้านอื่นๆได้ทั้งพัฒนาการทางด้านร่างกาย
จากการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเสรี
กิจกรรมกลางแจ้ง พัฒนาการทางด้านสังคมจากการเล่นและทำงานเป็นกลุ่มในกิจกรรมสร้างสรรค์
กิจกรรมการเล่นตามมุม กิจกรรมการเล่นเกมต่างๆ
การพัฒนาทางด้านสติปัญญาจากกิจกรรมเสริมประสบการณ์ที่เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับทักษะทาง
ด้านคณิตศาสตร์ จากการสังเกตลักษณะของสัตว์ การนับจำนวนสัตว์
การจำแนกเปรียบเทียบประเภทสัตว์ จึงเห็นได้ว่า การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ทำให้เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย
อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาไปพร้อมๆกัน
3.บทความเรื่อง...ศิลปะกับวิทยาศาสตร์ (สรุปตามความเข้าใจของตนเอง)
“ศิลปะ” กับ “วิทยาศาสตร์” ต่างก็มีนิยามมากมายและแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว แต่ที่แน่ๆ ศิลปะ คือ “ความไม่ตรง” ในขณะที่วิทยาศาสตร์ต้อง
“เที่ยงตรง” ศิลปะต้องสื่อสารด้วยความหมายอ้อมๆ
แต่ต้องแผงไว้ด้วยความงดงาม
ในขณะที่วิทยาศาสตร์ต้องนำเสนอเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแบบตรงไปตรงมา
การใช้ชีวิตด้วยความ“พอดี” ก็คือการนำศาสตร์ทั้งสองมาประยุกต์ใช้ให้ลงตัว…
วันนี้อาจารย์ได้สอนเรื่องทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
สรุปองค์ความรู้ได้ดังนี้
การนำไปประยุกใช้การเรียนการสอน
จากกิจกรรมที่ 2 การประดิษฐ์สื่อวิทยาศาสตร์ เวลานำไปจัดกิจกรรมให้กับเด็กควรมีอุปกรณ์ที่สามารถหาได้ง่าย มีขั้นตอนการทำที่ง่ายเหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย ให้เด็กได้ลงมือกระทำตามความสามารถของตนเอง ทำให้เด็กได้ทักษะกระบวนการในการสร้างชิ้นงาน
การประเมิน(Evaluation)
ประเมินตนเอง(Self)
มีความพร้อมในการเรียน ตั้งใจ ทำกิจกรรมไปพร้อมๆกับเพื่อน ชอบสื่อที่อาจารย์นำมาให้ประดิษฐ์เพราะว่าเป็นวัสดุที่หาได้ง่าย
ประเมินเพื่อน(Friends)
ประเมินอาจารย์(Teachers)
เพื่อนส่วนใหญ่มีความตั้งใจเรียน และช่วยกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นในแต่ละกิจกรรม แต่มีส่วนน้อยที่ชอบเล่นโทรศัพท์ในขณะที่อาจารย์สอน
อาจาร์มีเทคนิกการสอนที่ดีโดยการนำเศษวัสดุเหลือใช้ นำมาสอนให้เกิดประโยชน์ในการเรียนรู้ อาจารย์ใช้เพลงเป็นสือที่สามารถนำเข้าสู่บทเรียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ในหัวข้อต่อไปและมีการอธิบายให้เข้าได้ดียิ่งขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557
บันทึกอนุทินครั้งที่ 4
Recent Posts
Science Experiences Manangement for Early Childhood
Teacher Jintana Suksamran
Friday,Septer 12,2557.
ความรู้ที่ได้รับ
การนำเสนอบทความ
1.บทความเรื่อง...การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กอายุ 3 – 6
ขวบ
มิได้หมายถึงสาระทางชีววิทยา
เคมี กลศาสตร์ แต่เนื้อหาวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยคือ สาระเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กที่เด็กควรรู้
การเรียนการสอนมุ่งเพื่อให้เด็กเกิดความเข้าใจมากกว่าที่จะจำเป็นองค์ความรู้
การเรียนวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยแตกต่างจากเด็กวัยอื่นที่เด็กปฐมวัยมีการเจริญของสมองที่รวดเร็วและต้องการการกระตุ้นเพื่อการงอกงามของใยสมองในช่วงปฐมวัย แต่ขณะเดียวกันพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก อายุ 2
– 6 ขวบ ยังเป็นช่วงก่อนปฏิบัติการ (pre – operative stage)
เด็กเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง
(self - centered) และมองสิ่งรอบตัวโดยเน้นที่ตัวของเด็กเอง
เด็กจะรับรู้และคิดถ่ายโยงเป็นทิศทางเดียวไม่ซับซ้อน เช่น
รู้สี รู้รูปร่าง โดยรู้ทีละอย่าง จะเรียนรู้สองอย่างพร้อมกันไม่ได้ หรือเอามาผนวกกันไม่ได้ ซึ่งการเรียนวิทยาศาสตร์เป็นการเรียนเพื่อฝึกเด็กให้บูรณาการข้อความรู้ต่าง
ๆ เข้าด้วยกันโดยให้เด็กรู้จักสังเกต ค้นหา
ให้เหตุผล หรือทดลองด้วยตนเอง ด้วยเหตุนี้การเรียนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยจึงต้องเริ่มจากทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่
การสังเกต การค้นคว้าหาคำตอบ การให้เหตุผล
ตามด้วยการเรียนทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์
และความรู้ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กโดยใช้ประสบการณ์จริงและการทดลองปฏิบัติ เช่น
การเรียนรู้การเจริญเติบโตของพืชด้วยการทดลองปลูกพืช สังเกตความสูงของพืช และการงอกงามของพืช
2.บทความเรื่อง...วิทยาศาสตร์และการทดลอง
ไข่เอ๋ย...จงนิ่ม
อุปกรณ์
1.แก้ว 1 ใบ
2ไข่ไก่ 1ฟอง
3.น้ำส้มสายชู
วิธีการทดลอง
นำไข่ไก่ที่เตรียมใส่ลงไปในแก้วแล้วเทน้ำส้มสายชูใส่ลงไปให้ท่วมไข่
ทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน
แล้วเทน้ำส้มสายชูออก จากน้ำลองจับไข่ไก่ดู
สรุปผลการทดลอง
น้ำส้มสายชูเป็นสารเคมีประเภทกรดอินทรีย์ได้แก่ กรดน้ำส้มหรือกรดอะซิติก สามารถละลายแคลเซียมได้ เปลือกไข่มีแคลเซียมเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้เปลือกไข่เเข็ง เมื่อถูกละลายหายไป เปลือกไข่จึงนิ่ม
ทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานของเด็กปฐมวัยควรได้รับการพัฒนาและส่งเสริม
ทั้ง 7 ทักษะ คือ
1.ทักษะการสังเกต
(Obervation skills)
2.ทักษาการจำแนกประเภท
(Classification skills)
3.ทักษะการวัด (Measurement
skills)
4.ทักษะการสื่อความหมาย
(Interpretive skills)
5.ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล
6.ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส
และสเปสกับเวลา (Space skills)
7.ทักษะการคำนวณ
(Numeracy skills)
นิทานเป็นสื่อที่เราเห็นทั่วไป
เป็นสื่อการเรียนรู้ที่หาง่าย
ส่วนใหญ่นำเอามาเล่าให้เด็กฟังเพื่อความเพลิดเพลินแล้วก็จบไป แต่ที่จริงแล้วนิทานเป็นสื่อที่ดี ช่วยให้เด็กๆ
เรียนรู้ได้หลากหลาย ที่เห็นชัดเจน คือ
เรื่องของภาษา คำพูด เสียง ยิ่งนิทานที่มีคำซ้ำๆ เด็กจะฟังและเลียนแบบคำได้
นอกจากนั้นก็ยังมีความคิดสร้างสรรค์ มีวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์และความรู้ด้านต่าง ๆสอดแทรกผ่านวิธีคิดที่เป็นเหตุผล เช่น
ในนิทานเรื่องลูกหมู 3 ตัว
ที่วิทยากรยกตัวอย่างในการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้
ได้สอดแทรกเรื่องเกี่ยวกับวิธีการสร้างบ้าน ลำดับ พื้นที่ ทิศทาง ซึ่งคุณครูหรือผู้เล่านิทาน
จะต้องมาเลือกดูว่าต้องการให้เด็กเรียนรู้ด้านใด แล้วแต่ว่าจะหยิบจับจุดใดมาเล่า
แล้วเด็กก็จะได้ประสบการณ์ตรงนี้
ดร.
อุไรวาส ปรีดีดิลก ฝากทิ้งท้ายว่า
ในส่วนของคุณครูผู้สอนระดับปฐมวัยนั้น ปกติใช้นิทานในการเรียนการสอนอยู่แล้ว
แต่อยากให้มองในการใช้นิทานเป็นสื่อในการพัฒนาเด็กหลายๆ ด้าน
ไม่ใช่แต่เพียงด้านภาษาอย่างเดียว อยากให้สอดแทรกเรื่องอื่นเข้าไปด้วย
ซึ่งครูสามารถใช้นิทานเป็นสื่อการเรียนการสอนได้เยอะแยะแตกแขนงมากมายหลายสาขาวิชา
สามารถใช้นิทานเพื่อนำไปสู่การทำโครงงานเล็กๆ การทดลองเล็ก ๆ
หรือการทำกิจกรรมในชั้นเรียน ทำให้เกิดทักษะหลากหลาย
.....นิทานเรื่องเดียวที่เล่าไปก็จะไม่จบไปในแค่นั้น...
แต่จะจุดประกายต่อยอดไปสู่การพัฒนาความคิดและทักษะอื่นๆ อีกมากมายได้
นำเสนอบทความของเพื่อนเสร็จแร้ว อาจารยืได้สอนเนื้อหารายละเอียดเกี่ยวกับเรื่อง..ทักษะวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย สรุปได้ดังนี้
การนำไปประยุกใช้
- ได้เรียนรู้แนวทางในการจัดการเรียนการสอนทางวิทยาศาสตร์ เช่นนำกิจกรรม ไข่เอ๋ย..จงนิ่ม ไปจัดกิจกรรมในชั้นเรียนให้กับเด็กๆได้
- ได้เรียนรู้เทคนิคและการเลือกเล่านิทานที่ดีและถูกต้อง อีกทั้งยังสามารถนำข้อมูลไปให้คำแนะนำแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองที่มีความสนใจเกี่ยวกับการเล่านิทานได้
การประเมิน(Evaluation)
ประเมินตนเอง(Self)
มาเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย มีความตั้งใจในการเรียน ช่วยแสดงความคิดเห็น/หรือตอบคำถาม จากเพื่อนและอาจารย์
มาเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย มีความตั้งใจในการเรียน ช่วยแสดงความคิดเห็น/หรือตอบคำถาม จากเพื่อนและอาจารย์
ประเมินเพื่อน(Friends)
วันนี้เพื่อนมีความตั้งใจเรียน ช่วยกันตอบคำถามจากี่อาจาย์สรุปบทความและเนื้อหาที่สอนได้ดี
ประเมินอาจารย์(Teachers)วันนี้เพื่อนมีความตั้งใจเรียน ช่วยกันตอบคำถามจากี่อาจาย์สรุปบทความและเนื้อหาที่สอนได้ดี
อาจารย์มีเทคนิกในการใช้คำถามถามนักศึกษา เพื่อเช็คว่านักศึกษาเข้าใจหรือไม่ เข้าใจอย่างไร เช่นการใช้คำถามถามเนื้อหารายละเอียดเกี่ยวกับบทความของเพื่อนๆแต่ละคน แล้วนำมาอธิบายเชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์ให้นักศึกษาเข้าใจมากยิ่งขึ้น
บันทึกอนุทินครั้งที่ 3
Recent Posts
Science Experiences Manangement for Early Childhood
Teacher Jintana Suksamran
Friday,September 5,2557.
ความรู้ที่ได้รับ
วันนี้เป็นการนำเสนอบทความเป็นสัปดาห์แรก นำเสนอสัปดาห์ละ 5 คน โดยจะเริ่มจากเลขที่ 1-5 โดยมีบทความทั้งหมดดังนี้
- การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
- กิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
- สอนลูกเรื่องพีช(Plants)
- 5 แนวทางการสอนคิดเติมวิทย์ให้เด็กอนุบาล
บทความ
1.บทความเรื่อง...การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ควรเน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมมีประสบการณ์ตรง ได้ลงมือปฏิบัติจริงโดยมีครูเป็นผู้ตอบสนองความสนในของเด็กและส่งเสริมการจัดโครงสร้างความคิดจากประสบการณ์ เพื่อพัฒนามุมมองและความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงการส่งเสริมทัศนคติเกี่ยวกับการดูแลและมีความรับผิดชอบที่รักษาสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวอย่างเหมาะสมตามวัย สสวท.จึงร่วมกับกลุ่มนักวิชาการ พัฒนากรอบมาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัยขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยที่สอดคล้องกับหลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช 2546 และอยู่บนพื้นฐานของมาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 โดยมีหลักในการเลือกเนื้อหา 3 ประการดังนี้ 1.ขอบเขตเนื้อหาวิทยาศาสตร์ 2.ความเหมาะสมต่อพัฒนาการและความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก 3.สามารถนำไปปฏิบัติจริงได้ ทั้งนี้มีจุดมุ่งหมายให้ครูผู้สอนได้นำไปจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาความรู้ รวมถึงการพัฒนากระบวนการคิด กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการแก้ปัญหา ตลอดจนมีจิตวิทยาศาสตร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัยและเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการศึกษาในระดับต่อไป |
ADVENTURES IN AIR เรียนรู้เกี่ยวกับอากาศ
ที่อยู่รอบๆตัวเรา
อากาศสามารถทำให้สิ่งของเคลื่อนที่
อากาศต้องการที่อยู่และอากาศร้อนจะลอยตัวสูงขึ้น
ANIMAL FRIENDS สนุกกับการทายเสียง
สัตว์ชนิดต่างๆ
รูปลักษณะของสัตว์ที่เปลี่ยนไป เมื่อมันเจริญเติบโต เรียนรู้สิ่งที่ห่อหุ้มร่างกาย
ของสัตว์แต่ละชนิด
COLOR LAB เรียนรู้เกี่ยวกับสีต่างๆของรุ้ง
การผสมของแม่สี เด็กๆจะสนุกกับการผสมสี
ด้วยตนเองโดยใช้ Gel ชนิดพิเศษเพื่อนำกลับบ้าน
EYE TO EYE เรียนรู้ความสำคัญของดวงตา
และสนุกกับส่วนประกอบต่างๆของตาจาก
แบบจำลอง
ดวงตาเรียนรู้ว่าเราสามารถเห็นภาพที่มี ขนาดใหญ่ขึ้นได้โดยการ
มองผ่าน “ แว่นขยาย ”
KEEP IN TOUCH เรียนรู้เกี่ยวกับประสาทสัมผัส
ให้เด็กๆทราบว่าของบางอย่างเป็น
อันตรายได้ถ้าเราสัมผัส
และบางส่วนของร่างกายมีประสาทที่ไวต่อการสัมผัสมากกว่าส่วนอื่น
LISTEN CLOSELY ให้เด็กๆทราบว่าเสียงเกิดจากการสั่นสะเทือน
และเดินทางผ่านอากาศ
ในรูปของคลื่น
สนุกกับการทำเสียงด้วยอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในภาพยนตร์
LIGHTS ON เรียนรู้ว่าแสงช่วยให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ
แสงสามารถเปลี่ยนสีได้เมื่อส่องผ่าน
กระดาษสีต่างๆ
ตื่นตากับการดูสีรุ้งของแสงด้วยแว่นตาสายรุ้ง
SPACE FRONTIERS สนุกกับการสร้างแบบจำลองของดาวเคราะห์ทั้งเก้าดวงในระบบ
สุริยะจักรวาล
เล่นสนุกกับการเก็บหินจำลองบนดวงจันทร์ด้วยมือจับ
WATER WORKS เรียนรู้เรื่องการลอย
การจมของวัตถุต่างๆ ศึกษาว่าวัตถุใดดูดซึมน้ำ
3. บทความเรื่อง...สอนลูกเรื่องพีช(Plants)
มนุษย์เรามีความสัมพันธ์กับพืชตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงตลอดชีวิต
เนื่องจากต้องพึ่งพาและใช้ประโยชน์จากพืชในการดำรง ชีวิต มนุษย์ต้องกินข้าว กินผัก
และผลไม้เป็นอาหาร มนุษย์สร้างบ้านหรือที่อยู่อาศัยจากต้นไม้
ใช้ไม้ทำเครื่องเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ
พืชบางชนิดมีคุณสมบัติในทางยาที่มนุษย์นำมาใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บได้
ต้นไม้ให้ร่มเงาและให้ก๊าซออกซิเจนซึ่งเป็นก๊าซที่บริสุทธิ์ที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์
ต้นไม้ใหญ่บนภูเขาสามารถกักเก็บน้ำตามธรรมชาติ
ทำให้เกิดเป็นน้ำตกอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทุกคนเข้าไปใช้ประโยชน์ได้
ต้นไม้นำมาทำเป็นเรือแพซึ่งเป็นยานพาหนะในการเดินทางของมนุษย์
มนุษย์ใช้กระดาษที่ผลิตมาจากเยื่อไม้ต่างๆ
และมนุษย์ใช้ถ่านไม้ซึ่งเป็นพลังงานที่ได้มาจากต้นไม้ พืชจึงเป็นสิ่ง แวด
ล้อมที่อยู่ใกล้ตัวมนุษย์
และมีความสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์มากที่สุดอย่างหนึ่ง
เพราะพืชเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของปัจจัยสี่ ได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย
เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค
แต่ในปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี
การคมนาคมและการสื่อสาร ตลอดจนการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร
ทำให้มีความจำเป็นในการใช้ทรัพยากรมากยิ่งขึ้น
มีผลทำให้พืชซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญมีปริมาณลดลง
ส่งผลกระทบโดยรวมต่อระบบนิเวศทางธรรมชาติ ดังนั้น
การให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องพืชจึงมีความสำคัญทั้งในด้านที่พืชเป็นทั้งปัจจัยสี่
และพืชเป็นทรัพยากรที่ควรอนุรักษ์ไว้ให้ใช้ได้นานให้มากที่สุด
ดังที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545) มาตรา 7 ระบุว่า
ในการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์ดังกล่าวจึงควรเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก
การจัดกิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตทั้งการปลูกพืชจะทำให้เด็กมีความเข้าใจเกี่ยวกับวงจรชีวิตของสิ่งมีชีวิต
การเลี้ยงดู ประโยชน์ และคุณค่าของสิ่งแวดล้อม
4. บทความเรื่อง...5แนวทางสอนคิด เติมวิทย์ให้เด็กอนุบาล
วิทยาศาสตร์คือความพยายามของมนุษย์ที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งรอบตัวและตัวตนของตนเอง
ซึ่งความพยายามเช่นนี้จะติดตัวกับมนุษย์เรามาตั้งแต่แรกเกิด
เห็นได้จากธรรมชาติของเด็กที่มีความอยากรู้อยากเห็น
ช่างสังเกตและคอยซักถามเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาเจอ และบางครั้งก็เป็นคำถามที่ยากเกินกว่าที่ผู้ใหญ่จะให้คำตอบ
ดร. วรนาท รักสกุลไทย
นักการศึกษาปฐมวัย ผู้อำนวยการโรงเรียนเกษมพิทยา (ฝ่ายอนุบาล) กล่าวว่า
"เราคงทราบดีกันอยู่แล้วว่าวิทยาศาสตร์มีความสำคัญเพียงใด
แต่สำหรับเด็กอนุบาล แนวทางการสอนต่างหากที่จะทำให้เด็กสนใจ
สิ่งสำคัญที่สุดคือครูต้องแม่นยำในพัฒนาการของเด็ก
เพื่อที่จะสามารถจัดการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับความสามารถของเด็ก รวมถึงต้องอย่าลืมเรื่องจินตนาการที่มีอยู่สูงในเด็กวัยนี้"
ดร.เทพกัญญา พรหมขัติแก้วนักวิชาการสาขาวิทยาศาสตร์ประถมศึกษา สสวท. กล่าวถึงแนวทางในการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กอนุบาลว่า "แนวทางของ สสวท.คือต้องการให้คุณครูบูรณาการวิทยาศาสตร์เข้าไปในการเรียนการสอนปกติของเด็ก ๆ ซึ่งครูและนักการศึกษาปฐมวัยอาจจะมีคำถามว่า จะต้องแยกวิทยาศาสตร์ออกมาเป็นอีกวิชาหนึ่งไหม จริง ๆ คือไม่ต้อง เพราะการเรียนรู้ในระดับปฐมวัยจะเน้นการเรียนรู้แบบองค์รวม ไม่ต้องแยกเป็นวิชา เพราะวิทยาศาสตร์คือกระบวนการการเรียนรู้ อยากให้คุณครูมองว่า มันคือการเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัวของเด็กๆ"
ดร.เทพกัญญา พรหมขัติแก้วนักวิชาการสาขาวิทยาศาสตร์ประถมศึกษา สสวท. กล่าวถึงแนวทางในการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กอนุบาลว่า "แนวทางของ สสวท.คือต้องการให้คุณครูบูรณาการวิทยาศาสตร์เข้าไปในการเรียนการสอนปกติของเด็ก ๆ ซึ่งครูและนักการศึกษาปฐมวัยอาจจะมีคำถามว่า จะต้องแยกวิทยาศาสตร์ออกมาเป็นอีกวิชาหนึ่งไหม จริง ๆ คือไม่ต้อง เพราะการเรียนรู้ในระดับปฐมวัยจะเน้นการเรียนรู้แบบองค์รวม ไม่ต้องแยกเป็นวิชา เพราะวิทยาศาสตร์คือกระบวนการการเรียนรู้ อยากให้คุณครูมองว่า มันคือการเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัวของเด็กๆ"
นอกจากนี้ ดร.เทพกัญญา ยังได้ให้แนวทางในการ
"สืบเสาะความรู้ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก" อันประกอบแนวทางปฏิบัติ 5 ข้อดังนี้
1. ตั้งคำถามที่เด็กสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง
เช่น คำถามเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว หรือโลกของเรา
2. ออกไปหาคำตอบด้วยกัน
เนื่องจากคำถามในระดับเด็กอนุบาลมักจะเปิดกว้าง
ดังนั้นการค้นหาคำตอบอาจมีครูคอยช่วยจัดประสบการณ์ให้เด็กตามที่เขาตั้งขึ้น
3. เมื่อขั้นสองสำเร็จ
เด็กจะเอาสิ่งที่เขาค้นพบมาไปตอบคำถามของเขาเอง
ในขั้นนี้คุณครูอาจช่วยเสริมในแง่ของความครบถ้วนสมบูรณ์ หรือในด้านของเหตุและผล
4. นำเสนอสิ่งที่เขาสำรวจตรวจสอบมาแล้วให้กับเพื่อน
ๆ
5. การนำสิ่งที่เด็กค้นพบคำตอบนั้นไปเชื่อมโยงกับคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์
การนำไปประยุกใช้
จะนำความรู้ที่ได้รับจากการนำเสนอบทความของเพื่อนสามารถนำจัดกิจกรรมมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนรายวิชาการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
การประเมิน(Evaluation)
ประเมินตนเอง(Self)
ตั้งใจเรียน ตั้งใจฟังการนำเสนอบทความของเพื่อน ตั้งใจจดเนื้อหารายละเอียดจากที่อาจารย์และมีความเข้าใจในการสรุปองค์ความรู้ด้วย mind map มากขึ้น
ตั้งใจเรียน ตั้งใจฟังการนำเสนอบทความของเพื่อน ตั้งใจจดเนื้อหารายละเอียดจากที่อาจารย์และมีความเข้าใจในการสรุปองค์ความรู้ด้วย mind map มากขึ้น
ประเมินเพื่อน(Friends)
การนำเสนอบทความของเพื่อนวันนี้ มีเนื้อหารายละเอียดดี ช่วยกันตอบคำถามจากที่อาจารย์สรุปบทความของเพื่อนแต่ละคนได้
ประเมินอาจารย์(Teachers)
อาจารย์แต่งกายเรียบร้อย เข้าสอนตรงเวลา มีเทคนิคในการสรุปเนื้อหาให้นักศึกษาเข้าใจได้ง่าย
การนำเสนอบทความของเพื่อนวันนี้ มีเนื้อหารายละเอียดดี ช่วยกันตอบคำถามจากที่อาจารย์สรุปบทความของเพื่อนแต่ละคนได้
ประเมินอาจารย์(Teachers)
อาจารย์แต่งกายเรียบร้อย เข้าสอนตรงเวลา มีเทคนิคในการสรุปเนื้อหาให้นักศึกษาเข้าใจได้ง่าย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
.jpg)



















